เคล็ดลับ ปลูกยางอินเดียในบ้านอย่างไรให้สวยทน ความโดดเด่นจากใบสวยงาม

เคล็ดลับ ปลูกยางอินเดียในบ้านอย่างไรให้สวยทน ความโดดเด่นจากใบสวยงาม

รู้จักยางอินเดีย
เคล็ดลับ ลักษณะทางพฤกศาสตร์ ยางอินเดีย หรือต้นยางลบ (Rubber Plant) จัดเป็นไม้ใบประดับที่มีความโดดเด่นด้วยคุณสมบัติของน้ำยางสีขาวข้นอยู่ภายในลำต้น จึงช่วยลดการคายน้ำในลำต้นได้ดีและทำให้ใบไม้ไม่ค่อยเหี่ยวเฉาหรือร่วงหล่น เมื่อน้ำยางแข็งตัวเป็นก้อนอ่อนนุ่มจะสามารถนำไปใช้เป็นยางลบดินสอได้ ซึ่งพรรณไม้ชนิดนี้เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ในสกุลฟิคัส (Ficus) หรือไทร เช่นเดียวกับต้นไทรใบสักและไทรชนิดอื่น เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะมีรากอากาศห้อยตามลำต้นคล้ายกับต้นไทร ยางอินเดียเป็นไม้ไม่ผลัดใบที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียและมาเลเซียก่อนถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศไทย ลักษณเด่นด้วยใบใหญ่หนาเป็นรูปวงรี สีเขียวเข้ม มีความแข็งแรงเป็นมันเงาแตกต่างจากไม้ใบทั่วไป ซึ่งมีทั้งชนิดใบเล็กและใบใหญ่ มีหลากหลายเฉดสีที่แตกต่างกันไป เช่น สีเขียว สีเขียวอมดำ สีน้ำตาล และสีเขียวประขาว สำหรับต้นยางอินเดียที่มีใบชนิดสีเขียวจะมีใบขนาดใหญ่ ใบหนา ให้สีเขียวเข้มเป็นมัน ปลายใบจะมีความแหลม แต่หากเป็นยางอินเดียชนิดใบด่างแม้จะมีขนาดใกล้เคียงกัน แต่แผ่นใบด้านบนจะมีสีขาวประเป็นลวดลายสวยที่ดูสวยงามโดดเด่นมากกว่า แม้ยางอินเดียจะเป็นต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่เมื่อปลูกลงดิน แต่เมื่อนำมาปลูกลงในกระถางก็สามารถกลายเป็นต้นไม้ขนาดเล็กที่สามารถนำมาปลูกไว้ในบ้านได้ อีกทั้งยังสามารถเจริญเติบโตได้ดีไม่ว่าจะมีแสงสว่างมากหรือน้อย
ยางอินเดียในประเทศไทย ต้นยางอินเดียที่พบในประเทศไทยมี 2 สายพันธุ์ ได้แก่ ชนิดใบด่าง และชนิดใบสีเขียว โดยชนิดใบด่างจะได้รับความนิยมนำมาปลูกเพื่อประดับตกแต่งสถานที่ให้สวยงาม ส่วนชนิดใบสีเขียวนิยมนำมาปลูกเพื่อใช้ประโยชน์จากใบในการทำพวงหรีด หรืออาจมีการนำมาปลูกเพื่อการประดับสถานที่เช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากมีลำต้นเป็นทรงพุ่มใหญ่และสูง จึงไม่เหมาะกับการนำมาปลูกในอาคารบ้านเรือนเพื่อความสวยงาม

การปลูกยางอินเดียที่เหมาะสม
ต้นยางอินเดียเป็นพรรณไม้ที่มีความทนทานสูง สามารถดูแลได้ง่าย แม้จะสามารถจัดวางได้ทั้งในที่มีแสงสว่างมากและน้อย แต่ก็มีปัจจัยต่าง ๆ ที่ช่วยทำให้ต้นยางอินเดียสามารถเจริญเติบโตได้อย่างสวยงาม ดังนี้
แสงแดด ยางอินเดียเป็นพรรณไม้ที่ชื่นชอบแดด สามารถปลูกไว้บริเวณพื้นที่กลางแจ้งนอกบ้านที่มีแสงแดดจัดจ้าได้ แต่หากต้องการนำมาปลูกไว้ในบ้านหรือภายในอาคารที่มีแสงแดดน้อยลง แนะนำให้ยกกระถางต้นไม้ออกมารับแดดด้านนอกในที่มีแสงแดดรำไรประมาณ 3-5 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ต้นไม้ได้รับแสงแดดจากธรรมชาติอย่างเพียงพอและสามารถปรับตัวเพื่อการเจริญเติบโตได้ดี หรือหากไม่มีเวลานำกระถางต้นไม้ออกไปรับแสงแดดจริง ๆ ก็แนะนำให้จัดวางกระถางต้นไม้ไว้ในบริเวณบ้านที่แสงสว่างสามารถส่องถึง อย่างโซนริมหน้าต่าง เป็นต้น
ดิน สำหรับวัสดุที่ใช้ในการปลูกต้นยางอินเดีย แนะนำว่าควรเลือกใช้วัสดุปลูกที่เป็นดินร่วนซุย มีความโปร่ง และสามารถระบายน้ำได้ดี โดยอาจผสมดินร่วนและกาบมะพร้าวเข้ากับแกลบดำเล็กน้อย เพื่อให้น้ำสามารถไหลผ่านได้อย่างสะดวกหลังจากการรดน้ำต้นไม้ ก็จะช่วยให้วัสดุปลูกในกระถางสามารถถ่ายเทน้ำและระบายอากาศได้มากขึ้น
การรดน้ำ ควรรดน้ำเพียง 3 วันครั้ง หรืออาจสังเกตว่าดินปลูกในกระถางยังมีความชื้นอยู่มากน้อยแค่ไหน หากดินเริ่มแห้งจึงค่อยรดน้ำ โดยควรรดน้ำจนไหลออกมาที่จานรองกระถาง เพื่อให้ดินมีความชุ่มน้ำและเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้
การปักชำและการตอนกิ่ง ส่วนมากแล้วจะนิยมนำส่วนยอดของต้นยางอินเดียมาใช้ปักชำหรือใช้เทคนิคการตอน โดยจะใช้เวลาประมาณ 3-5 วันสำหรับการปักชำ ส่วนการตอนจะใช้เวลาประมาณ 10-15 วัน ก็จะได้ต้นยางอินเดียที่เจริญเติบโตอย่างสวยงาม

ดูแลใบให้สวยอยู่เสมอ
จุดเด่น ที่ทำให้ ต้นยางอินเดีย กลายเป็นพรรณไม้ ในบ้านสำหรับประดับตกแต่ง เพิ่มความสวยงาม คือ การมีใบขนาดใหญ่ ที่เป็นรูปทรงสวย ได้สัดส่วน ใบมีความหนา แข็งแรง และ เป็นมันเงา อีกทั้งยังมีสีของใบที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้ดูรื่นรมย์และน่าค้นหาไปพร้อมกัน ซึ่งนอกจากการดูแลต้นยางอินเดียให้เจริญเติบโตได้อย่างเหมาะสมแล้ว การดูแลใบให้สวยงามก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการปลูกต้นยางอินเดียด้วยเช่นกัน
ทำความสะอาดใบ หากปลูกยางอินเดียไว้เพื่อเป็นไม้ประดับในบ้าน แนะนำให้หมั่นใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดใบยางอินเดียให้มีความมันลื่นเงางามอยู่เสมอ เพื่อให้ต้นไม้ดูสวยงามและมีใบที่สวยสมบูรณ์พร้อมสำหรับการประดับตกแต่งบ้าน
ตัดแต่งกิ่งใบ หากต้องการตัดแต่งกิ่งต้นยางอินเดียที่ซื้อมาปลูกไว้ในกระถางเพื่อให้เป็นไม้ประดับที่ดูสวยงามและลงตัวกับพื้นที่ภายในบ้านอย่างเหมาะสม แนะนำให้ตัดแต่งยอดเพื่อให้เกิดการแตกพุ่มใบใหม่และช่วยทำให้ส่วนยอดของต้นยางอินเดียไม่เติบโตจนสูงมากเกินไป รวมทั้งควรตัดแต่งใบและกิ่งที่มีความแก่ของต้นยางอินเดียออก เพื่อให้มีการแตกยอดใบใหม่เสมอ

ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับการปลูกต้นยางอินเดีย
ใบเหลือง ร่วงง่าย สิ่งที่มักเกิดขึ้น กับการ ปลูกต้นยางอินเดีย หลังจากซื้อมาไม่นาน คือปัญหาใบที่สวยงาม กลายเป็นสีเหลือง และ หลุดร่วงได้ง่าย เนื่องจาก มีการเปลี่ยนแปลง สภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้นไม้ ไม่สามารถปรับตัวได้ เมื่อต้องมาอยู่ในบ้าน ที่มีแสงแดดน้อย และ อาจเกิดปัญหา ใบเฉา กลายเป็นสีเหลือง และ ทิ้งใบหลุดร่วง ในที่สุด ทางที่ดี หลังจากการซื้อต้นยางอินเดีย มาใหม่ จึงควรวาง ตั้งไว้ในที่มีแสงแดด รำไรด้านนอก ก่อนนำเข้าสู่ พื้นที่ภายในบ้าน เพื่อให้ ต้นไม้สามารถปรับตัว ได้ก่อนนำไปวาง ตั้งประดับ ภายในบ้าน
ใบแห้งไหม้เป็นสีน้ำตาล ปัญหาใบแห้งส่วนใหญ่ที่มักเกิดกับ ต้นยางอินเดีย มักจะมา จากการขาดน้ำ หรือได้ รับน้ำในปริมาณ ที่ไม่เพียงพอ จึงควรรดน้ำ ให้ดินมี ความชุ่มชื้น อยู่เสมอ แต่ ไม่ควรรดน้ำ จนขังแฉะ ในกระถาง เพราะอาจทำให้ รากเน่า จากน้ำที่ขังอยู่ได้ โดยควรพิจารณา ตามสภาพ ของดิน ไม่ให้แห้งหรือแฉะจนเกินไป แต่ควรอยู่ในระดับความชื้นที่ เหมาะสม
ลำต้นยืดหาแสง อีกปัญหาหนึ่งที่มักเกิดขึ้นกับการปลูกยางอินเดียในอาคารคือลำต้นยืดหาแสงสว่างจนเสียรูปทรงไปจากเดิม ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยการตัดแต่งกิ่งใบให้มีรูปร่างที่เหมาะสม โดยอาจนำกิ่งที่ตัดแต่งออกมาไปขยายพันธุ์ใหม่ด้วยการปักชำกิ่ง ก็จะช่วยให้สามารถขยายพรรณไม้ให้เจริญเติบโตได้อีกหลายต้นโดยไม่ต้องทิ้งกิ่งก้านให้ไร้ประโยชน์

จัดวางในมุมที่เหมาะสม
นอกจากคนส่วนใหญ่จะนิยมนำต้นยางอินเดียมาปลูกไว้ในกระถางเพื่อตั้งประดับภายในบ้านให้สวยงามแล้ว ต้นยางอินเดียยังนับเป็นพรรณไม้ชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติเป็นไม้ฟอกอากาศภายในบ้านให้สดชื่น จึงควรนำต้นยางอินเดียไปปลูกไว้ในบริเวณที่ทำกิจกรรมบ่อยมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก หรือห้องนอน โดยจัดวางไว้ในบริเวณที่แสงสว่างสามารถส่องถึงอย่างมุมหน้าต่างของห้อง เพื่อช่วยดูดซับสารพิษที่มาจากวัสดุเครื่องเรือนเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์และรื่นรมย์มากยิ่งขึ้น

นอกจากไทรใบสักเเละมอนสเตอร่าแล้ว คนส่วนใหญ่ก็มักนิยม ปลูกยางอินเดีย และเป็นหนึ่งใน Top 3 ที่ได้รับความนิยมในช่วงนี้ เพราะมีลักษณะใบและทรงต้นที่สวยงามโดดเด่นไม่น้อยไปกว่าไทรใบสัก แต่แข็งแรง ดูแลง่าย และเติบโตได้ในพื้นที่ที่มีแสงน้อยได้ดีกว่า อีกทั้งปัญหาที่เกิดจากการปลูกเลี้ยงก็น้อยกว่าด้วย
เเต่อย่างไรก็ตาม ก่อนปลูกยางอินเดีย ปลูกเราควรศึกษาธรรมชาติและวิธีการเลี้ยงดูเบื้องต้นให้ดีเสียก่อน เพื่อให้ยางอินเดียที่ซื้อมาในราคาแสนแพงนี้อยู่รอดคู่บ้านไปนาน ๆ

วิธีเลือกซื้อยางอินเดีย
1.ยางอินเดียก็เหมือนกับต้นไม้ยืนต้นหรือต้นไม้พุ่มชนิดอื่นๆ ที่เวลาไปเลือกซื้อต้องคำนึงว่าขนาดของต้นเหมาะสมกับตำแหน่งที่จะนำไปวางประดับหรือไม่ โดยขนาดต้นไม่ควรใหญ่จนเกินไป ดังนั้นทางที่ดีแนะนำให้วัดขนาดพื้นที่วางหรือกระถางรองให้ดีก่อน แต่หากว่าลืมวัดก็ควรซื้อต้นเล็กมาก่อนก็ได้

2.วิธีการเลือกต้นยางอินเดียที่นํามาขายต้องสังเกตในดินว่ามีรากเดินและแตกใบมากพอสมควร ข้อดีที่ในท้องตลาดส่วนใหญ่ใช้เครื่องปลูกเป็นกาบมะพร้าวสับทำให้เราสามารถขุยดูตุ้มรากได้ดินได้ง่าย

3.ควรตรวจดูว่าไม่มีโรคและแมลงติดมากับต้นด้วย เพราะอาจลุกลามไปยังต้นไม้อื่นในสวนได้ เช่นมีมดดำ เพลี้ยแป้ง หรือมีเชื้อราที่เครื่องปลูก

ยางอินเดีย เป็นต้นไม้ สกุลฟิคัส (Ficus) หรือไทร เช่นเดียวกับ ไทรใบสัก และ ไทรชนิดอื่น ด้วยภายในต้นมียางสีขาว และแผ่นใบหนาเป็นมัน มาก ทำให้ช่วยลด การคายน้ำลง จึงเหี่ยวเฉายาก และเติบโตได้ดีทั้งที่ที่มีแสงมากและน้อย แต่อย่างไรก็ควรวางต้นไม้ในตำแหน่งใกล้หน้าต่างเพื่อรับแสงแดดระหว่างวันให้มากที่สุด

หากปลูกต้นยางอินเดียในอาคาร หลังจากซื้อมาควรพักต้นยางอินเดียไว้ที่ร่มแสงรำไรนอกบ้านก่อน เช่น ตรงระเบียงบ้านประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้ต้นไม้ได้ค่อยๆ ปรับตัว ก่อนนำไปตั้งในบ้าน เพราะหากเปลี่ยนสภาพแวดล้อมกะทันหันจะทำให้ต้นไม้ช็อก ใบตก ใบเหลือง แล้วค่อย ๆ ทิ้งใบไปในที่สุด

เเละเมื่ออยู่ในบ้านควรหมั่นรดน้ำให้ดินชุ่มชื้น แต่ก็ไม่ควรให้ขังแฉะ หากขาดน้ำเป็นเวลานานใบจะร่วง สำหรับการปลูกในอาคาร เราควรรดน้ำทุก 3-5 วัน ก็เพียงพอ หรือพิจารณาตามสภาพของดินเพื่อควบคุมความชื้นให้เหมาะสม

เมื่อปลูกภายในอาคาร ลำต้นจะยืดเข้าหาแสง จนทำให้ต้นดูสูงมากและเสียทรง แก้ไขได้โดยนำต้นไปตัดแต่งกิ่งให้เหมาะสม ซึ่งเราสามารถนำไปขยายพันธุ์ต่อด้วยวิธีการปักชำกิ่งได้ ควรเลือกกระถางให้เหมาะสมกับขนาดต้น ในอัตราส่วน 2:3 ของกระถางต่อความสูงของต้น โดยทั่วไปอยู่ในกระถางขนาด 12 นิ้ว แต่ต้นยางอินเดียโตเร็วจึงควรสังเกตและตัดแต่งกิ่งให้ได้รูปทรงที่สวยงามอยู่เสมอ

ก่อนซื้อควรสอบถามผู้ขายว่า ต้นที่ซื้อได้จากการขยายพันธุ์โดยการปักชำกิ่ง ตอนกิ่ง หรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ยางอินเดียไม่นิยมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด เพราะใช้เวลานานหลายปีกว่าจะได้ต้นขนาดใหญ่พร้อมนำมาปลูกประดับ

เพื่อให้ใบเงาสวยงาม ควรหมั่นใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดพอหมาดเช็ดผิวใบให้สะอาด เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับยางอินเดีย ออกแบบบ้าน

แม้ว่าจะสามารถปลูกในดินทุกประเภทแม้แต่ดินเค็ม แต่หลังจากซื้อยางอินเดียมาระยะหนึ่งก็ควรเปลี่ยนเครื่องปลูก ซึ่งเดิมที่ซื้อมาจากร้านส่วนใหญ่จะเป็นกาบมะพร้าวสับเป็นดินปลูกที่เหมาะสมอย่างดินก้ามปู และบำรุงด้วยปุ๋ยละลายช้าสูตร 3-6 เดือน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *