รีวิวภาพยนตร์ไทย เพื่อนสนิท หนังเรื่องราวความทรงจำดีๆที่มีกับเพื่อนสนิท

รีวิวภาพยนตร์ไทย เพื่อนสนิท หนังเรื่องราวความทรงจำดีๆที่มีกับเพื่อนสนิท

หนังเก่าเล่าใหม่ 148: เพื่อนสนิท (คมกฤษ ตรีวิมล, 2005) รีวิวโดย MDC - Pantip

รีวิวภาพยนตร์ไทย เป็นเวลากว่า 15 ปีมาแล้วนับตั้งแต่ภาพยนตร์ไทยที่มีทั้งความอบอุ่น ตลก เฮฮา และน่าจดจำเรื่องหนึ่งถูกนำมาฉายให้ชม ผมกำลังพูดถึงภาพยนตร์เรื่อง เพื่อนสนิท นั่นเอง ผมเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ยังฝังอยู่ในความทรงจำและเป็นหนังในดวงใจของใครหลายๆ คน หนังที่เกี่ยวกับช่วงชีวิตวัยมหาลัย ความรักอันแสนหวานชื่น กลิ่นอายของเพลงเชียร์ ชมรม การเรียนรู้ และการเติบโตสู่ความเป็นผู้ใหญ่ มาวันนี้ เจ้าของหนังสือ กล่องไปรษณีย์สีแดง หนังสือที่เป็นต้นฉบับของภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้ ได้ตัดสินใจเขียน ภาคต่ออีก 9 ปีต่อมา ของ ไข่ย้อย ดากานดา พยาบาลนุ่น และ ฟุเหยิน โดยเป็นหนังสือขนาดสั้นที่จะเปลี่ยนมาเล่าชีวิตในวัยที่กลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแทน

ต้องขอเล่าย้อนกลับไปที่ กล่องไปรษณีย์สีแดง กันก่อน หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานการเขียนของคุณ อภิชาติ เพชรลีลา ที่กลั่นกรองประสบการณ์และความรู้สึกของการอาศัยในเมืองเชียงใหม่

และบรรยากาศของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แล้วใส่ตัวละครลงไปให้โลดแล่นและสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่หลงผ่านเข้ามา โดยท้องเรื่องนั้น เป็นเรื่องของ หมู เด็กหนุ่มจากกรุงเทพมหานครที่ถูกเล่าเรื่องราวผ่านสองไทม์ไลน์ คือ ในตอนที่ได้ไปเป็นนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหลังจากเรียนจบและไปใช้ชีวิตอยู่ที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเนื้อเรื่องนั้นจะดำเนินไปอย่างคู่ขนานโดยที่เชียงใหม่ หมูได้พบกับ ดากานดา

หญิงสาวที่เข้ามาเรียนในคณะเดียวกัน ซึ่งเป็นผู้ตั้งฉายา ไข่ย้อย จากเหตุการณ์ขโมยไข่ไก่ของคณะเกษตร ให้กับหมู หญิงสาวซึ่งแรกพบก็ทำให้หมูตกหลุมรัก แต่กลับไม่กล้าพูดเอ่ยความจริงออกไป ตลอดระยะเวลา 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขณะที่เรื่องราวบนเกาะพะงันนั้น

กลับสลับกัน เมื่อหมูบังเอิญเกิดอุบัติเหตุตกจากดาดฟ้าเรือที่กำลังโดยสารไปเกาะพะงัน และทำให้เขาได้พบกับนางพยาบาลสาวใต้ อย่างนุ่น หรือนุ้ยตามที่นางพยาบาลเพื่อนสนิทเธอเรียก ที่ก็แอบมีใจให้กับหมูอยู่ตลอดระยะเวลาที่เจอกัน ธีมของเรื่องจะเป็นเรื่องราวของการแอบชอบ

จังหวะเวลา และสอดแทรกไปด้วยบรรยากาศของเชียงใหม่และเกาะพะงัน ความน่าสนใจของเรื่องนี้ก็คือ การที่มันดำเนินเรื่องไปแบบละเอียดอ่อน ผ่านบรรยากาศความงดงามในวันวานของทั้งเมืองเชียงใหม่และเกาะพะงัน ไม่มีเรื่องราวฟูมฟาย แต่เป็นลักษณะของการหวนคิดถึงอดีตอันแสนหอมหวานเสียมากกว่า

อนกลับมาที่ ไข่ย้อย ดากานดา เรื่องราวภาคต่อนี้ถูกเขียนขึ้นโดยดำเนินเรื่องต่อจากฉบับภาพยนตร์ ผมคิดว่าน่าจะเพราะว่า ตัวฉบับภาพยนตร์นั้นเข้าถึงคนหมู่มากได้มากกว่าฉบับนิยาย ทำให้การดำเนินเรื่องต่อจากบทดัดแปลงอาจจะเหมาะสมแก่การสร้างมากกว่า เนื้อเรื่องย่อๆ จะว่าด้วย 9 ปีต่อมา

นับจากวันที่ไข่ย้อย บอกรักดากานดา ใต้ต้นชงโค และนุ่นบอกรักหมู ที่หาดท้องนายปาน ไข่ย้อยหรือหมูนั้น จากเกาะพะงันมาเพราะแม่ป่วยหนักและกำลังจะเสียชีวิต เมื่อแม่เสียชีวิตลง เขาตัดสินใจขายบ้านและเดินทางไปตั้งต้นชีวิตใหม่ที่ กรุงปราก ในฐานะศิลปินที่วาดภาพเหมือนภาพของศิลปินดังและนำไปขายให้พ่อค้าเร่ที่คอยนำรูปพวกนั้นไปหลอกขายนักท่องเที่ยวอีกทีหนึ่ง

ชีวิตในกรุงปรากนั้นออกจะเหงาๆ หน่อย แต่ก็ดำเนินไปได้ด้วยดี พร้อมๆ กับพัฒนาการด้านการวาดภาพของไข่ย้อยที่ดีขึ้นจนงานภาพส่วนหนึ่งเป็นที่ต้องตาตรงใจสาวนักศิลปะของเมืองอย่างโรเซล ที่ไม่เพียงแค่งานศิลปะของเขา แต่คือตัวเขาด้วย ขณะเดียวกันนั้น ดากานดา

ได้กลับไปเป็นอาจารย์ประจำคณะวิจิตรศิลป์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังจากเดินทางกลับจากการเรียนที่กรุงปราก ที่เดียวกันกับที่ไข่ย้อยอาศัยอยู่ หากแต่โชคชะตาไม่ได้พาให้พวกเขาพบกัน แต่กลับเป็นชายอีกคนหนึ่งที่ชื่อพี่ต้อง ทั้งคู่ตกลงคบหาดูใจกัน แต่แล้ววันหนึ่ง

งานศิลปะของไข่ย้อยกลับได้มาจัดแสดงที่เชียงใหม่อีกครั้ง การพบกันระหว่างไข่ย้อยและดากานดา ดูเหมือนจะจุดถ่านไฟที่ไม่เคยลุกโชนขึ้นให้มีควันขึ้นมา

ภาพยนตร์เรื่อง เพื่อนสนิท เป็นภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติก คอมเมดี้ ผลงานการกำกับของ คมกฤษ ตรีวิมล ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของไข่ย้อย หนุ่มนักศึกษาศิลปะ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ ที่ต้องอยู่ในสถานการณ์การแอบรักเพื่อนสนิทถึง 2 ครั้ง 2 ครา

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงมากความสามารถมากมายมาร่วมแสดงไม่ว่าจะเป็นซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ มารับบทเป็น หมู / ไข่ย้อย หนุ่มเมืองกรุงฯ จากโรงเรียนชายล้วนนิสัยส่วนตัวคือเขาเป็นคนที่แสนขี้อาย เขาไม่กล้าคุยกับผู้หญิงคนไหน พูดตะกุกตะกักทุกครั้งที่มีสาวๆ เข้ามาทัก นี่เองจึงเป็นเหตุให้ต้องคอยหลบเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสาวๆอยู่เสมอ คนต่อมาคือศิรพันธ์ วัฒนจินดา มารับบทเป็น

ดากานดา สาวสวยผู้ที่พกเสน่ห์มาด้วยเต็มๆ โดยดากานดาเป็นเพื่อนสนิทในคณะวิจิตรศิลป์ ของไข่ย้อย และก็เป็นหญิงสาวที่ไข่ย้อยแอบรักอีกด้วย คนต่อมาคือ มณีรัตน์ คำอ้วน รับบทเป็น นุ้ย พยาบาลสาวตาโต ยิ้มเก่งและชอบคอยดูแลคนอื่น

ระหว่างที่ไข่ย้อยรักษาตัวอยู่ที่ดรงพยาบาลความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มที่จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และคนสุดท้ายที่จะมาแนะนำในวันนี้คือปาณิสรา อารยะสกุล มารับบทเป็น พี่แตน พยาบาลอีกคนที่คอยดูแลไข่ย้อย โดยภาพยนตร์เรื่อง เพื่อนสนิทเป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2548

เนื้อเรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่อง เพื่อนสนิท
ภาพยนตร์เรื่องเพื่อนสนิทเปิดเรื่องราวมาที่ไข่ย้อย หนุ่มเมืองกรุงฯ จากโรงเรียนชายล้วนที่แสนขี้อาย เขาไม่กล้าคุยกับผู้หญิง จนกระทั่งเขาได้มารู้จักกับ ดากานดา หญิงสาวท่าทางสดใสที่เข้ามาขอเป็นเพื่อนด้วย ซึ่งสำหรับไข่ย้อยตลอดระยะเวลาที่พวกเขาเป็นเพื่อนกัน ไข่ย้อยแอบหลงรักดากานดา แต่ไม่เคยบอกออกไป ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ขยับเข้าใกล้มากที่สุดที่คำว่า เพื่อน

สนิทเพราะดากานดามีคนที่เธอรักอยู่แล้ว ไข่ย้อยเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงเดินทางลงใต้ ที่นั่นเขาดันพลัดตกจากดาดฟ้าเรือจึงต้องมาเป็นคนไข้ที่สถานีอนามัยแห่งเดียวบนและที่นั้นเองที่เขาได้พบกับนุ้ย พยาบาลสาวตาโต ยิ้มเก่งเป็นคนคอยดูแล ระหว่างที่อยู่ที่นั่นไข่ย้อยรู้ว่านุ้ยมีใจให้เขา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ขยับเข้าใกล้มากที่สุดที่คำว่า เพื่อนสนิท เพราะนุ้ยเธอรู้ว่า ไข่ย้อยคงมีคนที่รักอยู่แล้ว เรื่องราวความรักสามเส้าของไข่ย้อยจะดำเนินต่อไปอย่างไร ติดตามชมได้ใน ภาพยนตร์เรื่อง เพื่อนสนิท

ความประทับใจหลังดูภาพยนตร์เรื่อง เพื่อนสนิท
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังรักในตำนานอีกเรื่องนึง ที่นอกจากคนดูจะได้รอยยิ้มจากหนังแล้ว ก็ยังได้น้ำตาอีกด้วย หนังดีมากนะคะ อยากให้ทุกคนได้ลองดูกัน กับภาพยนตร์เรื่อง เพื่อนสนิท

10 อย่างที่เพื่อนสนิทไม่ควรทำให้กัน เพราะมันจะทำให้เกินคำว่าเพื่อน

รีวิวภาพยนตร์ไทย เพื่อนสนิท บอกเล่าเรื่องราวความรัก(ข้างเดียว) ของ หมู(ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) หรือฉายาคือ ไข่ย้อย ที่ได้มาจากเพื่อนสาวที่เขาแอบรัก นั่นคือ ดากานดา(นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) และเรียกฉายาแทนชื่อของเขามาจนปัจจุบัน หมูเดินทางไป เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี ด้วยเหตุผลบางอย่าง และเกิดพลัดตกดาดฟ้าเรือจนต้องเข้าโรงพยาบาล จนได้พบกับ นุ้ย(เอ๋-มณีรัตน์ คำอ้วน) พยาบาลแสนสวยใจดี และ พี่แตน(โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ) พยาบาล(ที่คิดว่า)สุดสวย คอยดูแลเป็นอย่างดี การได้นอนพักระหว่างเจ็บป่วยอย่างสงบทำให้หมูใช้เวลาบางส่วนไปกับการเขียนจดหมายถึง ดากานดา เพื่อนสาวชาวเชียงใหม่ ที่หมูได้รู้จักเมื่อคราวไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อ 4 ปีก่อน ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาได้พบเธอตั้งแต่ ปี 1 จนถึง ปี 4 ก่อนที่หมูจะจบออกมาแล้วใช้เวลาช่วงปิดเทอมมาเที่ยวที่เกาะพะงัน

ช่วงเวลาที่อยู่เชียงใหม่ นอกจากดากานดาแล้ว หมูยังมีเพื่อนอีกคนคือ ฟุเหยิน(ฟุเหยิน-ธนาบดินทร์ ยงสืบชาติ) เพื่อนหนุ่มที่เป็นเพื่อนติดกับดากานดาแต่แรกมาเป็นเพื่อนสนิทอีกคน ครั้งหนึ่งหมูและฟุเหยินไปก่อวีรกรรมขโมยไข่จากคณะเกษตรศาสตร์จนเกือบโดนภารโรงฟาดด้วยคราดเอา หนีกลับคณะวิจิตรศิลป์ของตนเองแทบไม่ทัน และผลที่ได้คือ ไข่ที่ซุกมาในเสื้อแตกจนย้อยออกมา ดากานดาเลยตั้งฉายาให้เขาว่า “ไข่ย้อย” มานับแต่นั้น แต่หมูก็ไม่ได้ขัดข้องใจอะไร ความที่แอบรักดากานดามาแต่แรก แต่ไม่กล้าบอกเพราะความเป็นเพื่อนมาขวางไว้ ทำให้หมูพยายามแสดงออกมาด้วยการทำทุกอย่างให้ที่เธอขอและไม่ได้ขอ แต่ขณะที่หมูนึกถึงช่วงเวลาที่ได้แสดงความรักต่อดากานดานั้น เขากลับรู้สึกว่า ช่วงเวลาในปัจจุบัน สิ่งที่นุ้ยปฏิบัติต่อเขา ไม่ได้แตกต่างจากที่เขาเคยปฏิบัติต่อดากานดาเลย มันมากเกินกว่านางพยาบาลคนหนึ่งจะปฏิบัติต่อคนไข้ จนเขารูู้สึกว่านุ้ยคงไม่ใช่เพื่อนสาวที่คิดกับเขาแค่เพื่อนอีกต่อไป แต่อีกใจหมูก็ยังนึกถึงดากานดาอยู่ และนั่นคือสิ่งที่หมูต้องตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ระหว่างคนที่เขารัก หรือ คนที่รักเขา

ตัวละครหลัก

หมู-ไข่ย้อย(ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) หนุ่มขี้อายจากกรุงเทพ ผู้ฝากคำรักไว้กับเพื่อนสนิทอย่างดากานดาที่เชียงใหม่ ก่อนจะวาร์ปมาเกาะพะงัน บุคลิกเป็นคนชอบห่วงความรู้สึกคนรอบข้าง จนไม่กล้าที่จะพูด และนั่นคือชนวนให้เกิดความรักต่างสถานที่ของเขา

ดากานดา(นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) เพื่อนสาวที่หมูหลงรักตั้งแต่แรกเห็น เป็นคนลุยๆ ออกแนวห่ามๆด้วยซ้ำ แต่เพราะความธรรมดาที่ไม่ธรรมดานี่แหละ ทำให้หมูเผลอใจเข้าให้

null
นุ้ย(เอ๋-มณีรัตน์ คำอ้วน) พยาบาลสาวที่มีพร้อมทั้งความสวย จิตใจดี น่ารักตามสไตล์สาวใต้ ยิ้มง่าย พูดเก่ง คอยดูแลหมูอย่างดี แต่ไม่รู้ว่าระหว่างเธอกับหมู ใครกันแน่ที่หวั่นไหวไปก่อนกัน

พี่แตน(โอปอล-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ) พยาบาลรุ่นพี่ของนุ้ย ที่ทำตัวทั้งน่านับถือ และไม่น่านับถือ เป็นคนเฮฮา จนดูเหมือนรั่ว พยายามทำตัวให้ดูเป็นเด็ก “เต้บๆ” มากที่สุดเวลาที่อยู่ต่อหน้าหมู งานอดิเรกคือ หาโอกาสแทะโลมหมูตลอดเวลา เอ๊ะ หรือว่านี่จะเป็นเพื่อนสนิทที่แอบเก็บความรู้สึกอีกคน!!!

ฟุเหยิน(ฟุเหยิน-ธนาบดินทร์ ยงสืบชาติ) เพื่อนสนิทของดากานดา ที่กลายเป็นเพื่อนไข่ย้อยอีกคน เป็นคนกะล่อน ปากหมา บ้าผู้หญิง แต่ยิ่งโตก็ยิ่งคุมตัวเองได้มากขึ้น

โดยส่วนตัวแล้ว เพื่อนสนิท เป็นหนังที่ผมชอบที่สุดของ GTH เลย นั่นเพราะช่วงที่หนังเรื่องนี้กำลังดัง ผมดันไปแอบชอบเพื่อนสาวคนสนิทอยู่จริงๆ (ตอนนี้เลิกชอบไปแล้ว) และก็กลายเป็นหนังในดวงใจของผมเรื่อยมา ซึ่งผมเชื่อว่า คงไม่ใช่แค่ผมแน่ๆที่ยกให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังในดวงใจ เพราะจากแนวเรื่องของหนัง ตัวละคร และสิ่งที่หนังต้องการจะสื่อ มันเป็นความรู้สึกแบบ Common Sense ซึ่งเชื่อว่าทุกคนคงเคยเจอะเจอมา นั่นคือการแอบรักนั่นเอง เป็นเรื่องที่ผมว่าทุกๆคน อย่างน้อย 90% บนโลกนี้คงจะผ่านมาเรียบร้อยแล้ว และเพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวนี่แหละครับ ทำให้หนังเข้าถึงคนดูได้ง่าย ทำให้คนดู “อิน” ไปกับอารมณ์ของหนัง และที่แตกย่อยออกมามากกว่านั้น ถึงขั้นมีการศึกษาด้านจิตวิทยาของตัวละครเลยว่า ทำไมหมู(ไข่ย้อย) ดากานดา หรือนุ้ย ถึงได้คิดแบบนั้น ตัดสินใจแบบนั้น ลึกๆแล้วพวกเขารู้สึกต่อกันอย่างไร เป็นต้น ซึ่ง ณ ที่นี้ผมขออนุญาตเรียก ไข่ย้อย ว่า หมู ตามชื่อที่เขาควรจะเป็นในเรื่องนะครับ เพราะผมรู้สึกว่า ไข่ย้อย เป็นเพียงตัวตนในอดีตของ หมู และเรื่องราวทั้งหมดก็เล่าผ่านตัวละครที่ถูกเรียกว่า หมู ด้วย

บทภาพยนตร์ที่เขียนโดยคุณหมู ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม แม้กระทั่งใส่ชื่อตัวเองแทนพระเอก 555 มีการสอดแทรกเกร็ดต่างๆและรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ผ่านตัวหนังไปได้อย่างแนบเนียนและกลมกลืน ทั้งยังแทรกวิถีชีวิตของผู้คนทั้งสองภาค คือภาคเหนือในพาร์ทดากานดา และภาคใต้ในพาร์ทของนุ้ยเข้าไปได้อย่างลงตัว โดยกำหนดให้ตัวละครอย่าง หมู เข้าไปทำความรู้จักกับวิถีชีวิตของผู้คนในแถบนั้น นำเสนอผ่านวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ทำให้ตัวหนังได้ฉายทัศนียภาพอันเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้หนังมีความน่าดูมากขึ้น สถานที่่ถ่ายทำบางส่วนกลายเป็นแหล่งให้บรรดาแฟนหนังได้ไปตามรอยกันถึงที่ ส่วนตัวผมเองยังเคยอยากไปเรียน มช.(มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) เพราะหนังเรื่องนี้ด้วยซ้ำ แต่ก็ต้องมาหยุดความคิดหลังจากได้ทราบว่า ที่จริงแล้ว มช. ไม่ได้ให้ถ่าย ฉากมหาวิทยาลัยในเรื่อง ถ่ายทำที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระนครเหนือ ต่างหากล่ะ ฟังอย่างนี้ก็ซึ้งเลยครับ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะฉากต่างๆในเรื่องถ่ายออกมาได้ภาพที่สวยงามมาก ขนาดถ่ายด้วยฟิล์ม 1:85 ยังสวยขนาดนี้ ถ้าถ่ายด้วยฟิล์ม 2:35 คงได้ความสวยงามมากกว่าที่เห็นอย่างแน่นอน  ดูหนัง ไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *