กลโกงการซื้อขายที่ดิน ที่ต้องให้นักสืบเอกชนช่วย


กลโกงการซื้อขายที่ดิน

กลโกงการซื้อขายที่ดิน ที่ต้องให้นักสืบเอกชนช่วย

การซื้อ – ขาย ที่ดินเป็นธุรกรรม ที่สำคัญ และก็มีความประณีตบรรจง และละเอียดลออ จากราคา ของทรัพย์สิน ที่มีมูลค่า สูงหลายแสน หลายล้านบาท ก็เลย เป็นต้นเหตุที่ ล่อตาล่อจิตใจ ของผู้ไม่ปรารถนาดี ที่จะเข้ามา หาผลประโยชน์ หรือ กระทำคดโกงฉ้อฉลเกี่ยวกับ การค้ขายที่ดิน ออกจะมากมาย พวกเรา ก็เลย เก็บรวบรวม กลลวงกรโกง จากการค้าขาย ที่ดินเพื่อเป็น ข้อควรพิจารณา ให้กับผู้กระทำ กำลังจะกระทำการซื้อ – ขาย จำนำเพื่อ ทันกลลวงต่าง ๆ โดยกลฉ้อฉล และก็แนวทางคุ้มครองปกป้อง มีดังนี้

กลโกงการทุจริตซื้อขายที่ดิน

1. ประเภทสัญญาไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตกลงกันไว้ ผู้ซื้อจะซื้อที่ดินแต่สัญญาที่ระบุกลับเป็นสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ควรเป็นสัญญาจะซื้อจะขาย ซึ่งผลของสัญญามีความแตกต่างกันระหว่าง “สัญญาเช่า” กับ “สัญญาจะซื้อจะขาย” สำหรับกรณีที่ผู้ซื้อตกลงกับผู้ขายว่าจะซื้อบ้านพร้อมที่ดิน แต่ในสัญญากลับระบุว่าซื้อที่ดินเพียงอย่างเดียวเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีอากรและค่าธรรมเนียมในบางครั้งก็ทุจริตไม่ยอมย้ายออกจากบ้าน

2. สับเปลี่ยนเอกสารสิทธิ์ ในกรณีที่มีบุคคลแปลกหน้าหรือบุคคลที่ไม่สนิทขอดูโฉนดที่ดินอาจจะเกิดการนำโฉนดปลอมมาเปลี่ยนคืนได้โดยทำท่าทีว่าขอยืมโฉนดจากเจ้าของที่ดินเพื่อไปดูเพื่อช่วยหาผู้ซื้อ หรือขอไปตรวจที่สำนักงานที่ดิน เสร็จแล้วทำโฉนดปลอมคืนให้เจ้าของที่ดินไป
บางครั้งอาจโฉนดปลอมอาจจะมองดูด้วยตาเปล่าไม่ออกถ้าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ถ้าเจอกรณีเช่นนี้ผู้ซื้อต้องรีบแจ้งความ

3. การ รับจำนำ ผู้รับจำนำ ต้องระมัดระวัง ปลอมตัว นำโฉนดที่ดิน น.ส.3. เอกสารสิทธิ์ เลียนแบบ มาจำนำแล้ว เชิ่ดเงินหนีไป

4. ทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินซ้ำซ้อน ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน นำเอกสารสิทธิ์ไปค้ำประกัน โดยไม่ได้จดทะเบียนเป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วขอใบแทนจากพนักงานเจ้าหน้าที่ใบใหม่ มาจำนองซ้ำกับอีกครั้ง

5. กรณีผู้ถือกรรมสิทธิ์ทุจริตขายที่ดินซ้ำสองครั้ง เกิดจากผู้ถือกรรมสิทธิ์รับเงินมาแค่บางส่วน แล้วตกลงกันว่าจะโอนกันภายหลังผู้ถือกรรมสิทธิ์เดิมนำโฉนดไปจดทะเบียนแก่ผู้อื่นอีก จนอีกฝ่ายหนึ่งรู้เป็นคดีขึ้นศาล

6. ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินมอบอำนาจให้ผู้รับอำนาจไปทำหน้าที่ จำนองหรือขอสอบเขตที่ดิน แต่ผู้รับมอบอำนาจทุจริตกรอกข้อความให้เป็นเรื่องจดทะเบียนขายหรือขายฝาก ซึ่ง จดจำนอง กับฝากขาย มีผลทางกฎหมายที่แตกต่างกัน

7. ผู้ซื้อหลงเชื่อนายหน้าหรือผู้ขายมากเกินไป ผู้ซื้อไม่ได้ลงไปดูที่ดินด้วยตนเอง ดูจากเพียงรูปถ่าย และภาพถ่ายทางอากาศเมื่อตกลงโอนเอกสารสิทธิ์กันสมบูรณ์แล้ว ไปดูที่ดินเอาเข้าจริงที่ดินที่ขายเป็นบ่อน้ำ หลักหมุดไม่ตรงตามที่บอกไว้

8. ผู้ซื้อยังจ่ายเงินไม่ครบเมื่อได้รับการโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว แล้วนำที่ดินที่มีการตกลงซื้อขายกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ไปขายให้บุคคลอื่น
ไปขายต่อให้ผู้อื่นรับแล้วกำไรส่วนต่างและเบี้ยวหนี้

9. โครงการหมู่บ้านจัดสรร บอกว่าโครงการจะมีสิ่งอำนวยความสะดวก ฟิตเนส สระว่ายน้ำ สนามเด็กเล่น และอื่นๆอีกมากมายในโครงการ แต่พอเอาเข้าจริงๆสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้นเจ้าของโครงการนำไป ปล่อยเช่าหรือทำเป็นอย่างอื่นไม่ได้ตามที่ลูกบ้านกำหนด

10. ผู้ขายสวมรอยแปลงที่ดินของผู้อื่น แล้วนำมาหลอกขาย เมื่อผู้ซื้อจ่ายเงินครบแล้วกลับไม่ได้รับโอนตามที่สัญญากันเอาไว้

กลโกงการซื้อขายที่ดิน
กลโกงการซื้อขายที่ดิน

วิธีป้องกันกลโกงการทุจริตซื้อขายที่ดิน

การจดจำนอง ควรไปจดทะเบียน ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่ควรรับแบบปากเปล่าหรือไม่มีบุคคลยืนยัน หลักปฏิบัติที่ถูกต้องควรนำ โฉนด ไปขอตรวจสอบ กับสำนักงานที่ดินก่อน เมื่อแน่ใจค่อยขอจดทะเบียนรับจำนอง หรือรับซื้อฝากต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ สัญญา พร้อมสิ่งปลูกสร้างต้องระบุ ให้ชัดเจน สัญญา ที่ทำระหว่างกันไม่ควรใช้ ภาษากำกวม เพราะเมื่อเป็นคดีความเราจะฟ้องร้องยาก และต้องระบุ ขอบเขต ความเป็นเจ้าของให้ละเอียดทั้งหมด ผู้รับมอบอำนาจ ต้องเป็นบุคคลที่ไว้วางใจได้นั้น ไม่ควรนำบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือใครก็ไม่รู้มอบอำนาจให้ไปทำธุรกรรม และในใบมอบอำนาจ ควรระบุว่าให้บุคคลนี้ไปทำอะไรให้ชัดเจน เช่น “ข้าพเจ้ามอบอำนาจให้นาย ข. จดทะเบียนขายแทนข้าพเจ้า” สำหรับทางที่ดีที่สุดให้ไปกรมที่ดินด้วยตนเอง ถึงแม้จะเสียเวลาแต่ก็ปลอดภัยและวางใจตัวเองมากที่สุด ซื้อขายที่ดินต้องจดทะเบียนและทำเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าที่เท่านั้นจึงจะชอบด้วยกฎหมาย ห้ามทำด้วยปากเปล่า เพราะจะไม่มีหลักฐานยืนยันเลยถ้าทำปากเปล่าไม่ควรมอบโฉนดไปพร้อมกับบัตรประชาชนและควรระมัดระวังที่จะถูกปลอมลายเซ็นต์ ควรเก็บโฉนดที่ดินไว้ในที่ๆดีที่สุดเหมือนทรัพย์สินเงินทองที่ท่านเก็บไว้ในตู้เซฟกรณีเอกสารสิทธิ์สูญหาย รีบแจ้งความต่อตำรวจโดยเร็ว แล้วขอใบแทนจากกรมที่ดิน กรณีจัดสรรเลือกซื้อบ้านและที่ดินที่ได้รับอนุญาติจัดสรรถูกต้องแล้วเท่านั้น เวลาที่จะทำการซื้อโครงการจัดสรร ผู้ซื้อต้องมั่นใจว่าผู้ขายได้รับการอนุญาตจัดสรรที่ดินถูกต้อง โดยผู้ขายจะต้องมีหนังสืออนุญาตการทำจัดสรร หลังจากตัดสินใจซื้อแล้วผู้ซื้อและผู้ขายควรจะชี้แปลงที่ดินให้ตรงตามผังของโครงการที่กำหนดไว้ ผู้ซื้อควรตรวจสอบเอกสารสิทธิ์และตำแหน่งที่ดินด้วยตนเองก่อนซื้อทุกครั้ง เช็คหลักหมุด ว่าตรงกับที่บอกไว้หรือไม่ หรือเรียกรังวัดให้รังวัดที่ดินใหม่เสียก่อนเพื่อความแน่ใจ อย่าหลงเชื่อนายหน้าเพียงแค่คำบอกเล่า เมื่อซื้อขายที่ดินเรียบร้อย ต้องลงชื่อผู้ซื้อในทะเบียนที่ดินในทันที ถ้าผู้ถือกรรมสิทธิ์ได้เงินไม่ครบ ไม่ควรโอนแม้กรณีใดๆทั้งสิ้น เว้นแต่มีหลักประกัน ผู้ถือกรรมสิทธ์ที่ดินควรหมั่นลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินตัวเองว่ามีการรุกล้ำเขตแดนหรือไม่ ควรเช็คข้อมูลกับกรมที่ดินด้วยเสมออย่างน้อย 2 ปีครั้ง หรือปีละครั้ง

ข้อควรรู้ก่อนซื้อขายที่ดิน ที่นักสืบเอกชนสามารถช่วยท่านได้

การซื้อขายที่ดินเป็นการทำธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ผู้ซื้อควรมีที่ปรึกษาทางกฎหมายตลอดจนถึงทีมงานผู้ตรวจสอบที่ไว้วางใจได้อยู่ข้างกาย อีกหนึ่งบริการที่คุณภาพของนักสืบเอกชน

1. ตรวจสอบเอกสารอ้างอิงว่าเป็นของจริงหรือไม่
สิ่งสำคัญที่สุดในการซื้อขายที่ดิน คือเอกสารสิทธิ์การครอบครอง ก่อนที่เราจะทำการซื้อขายที่ดินทุกครั้งต้องตรวจสอบเอกสารต่างๆให้มีความถูกต้อง อาทิ โฉนดที่ดิน ชื่อผู้ครอบครอง ตลอดจนหลักฐานหรือหนังสือมอบอำนาจให้มีการซื้อขายโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพราะมิเช่นนั้นหากเกิดการฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมาย ความเสียหายอาจะมากมายกว่าที่เราคิด

2. สืบประวัติที่ดินเพื่อความแน่ใจว่าเป็นทรัพย์สินที่ไม่ถูกอายัด
การสืบประวัติทั่วไปเกี่ยวกับที่ดินที่ต้องการซื้อขาย เป็นหลักการพื้นฐานง่ายๆที่ควรกระทำ เนื่องจากการทำธุรกรรมเกี่ยวกับที่ดิน ย่อมมีวัตถุประสงค์ประการใดประการหนึ่งเสมอ บางครั้งผู้ขายอาจเปิดเผยข้อเท็จจริงไม่หมด หรือมีความตั้งใจที่จะปิดบังซ่อนเร้นเพื่อหวังผลอะไรบางอย่างอยู่ก็เป็นได้ ดังนั้นการสืบประวัติที่ดินจึงมีความสำคัญที่จะผิดพลาดไม่ได้นั่นเอง ตัวอย่างของที่ดินซึ่งมีที่มาไม่ชัดเจน หรือมีความคลุมเครือเต็มไปด้วยข้อสงสัยประกอบไปด้วย ที่ดินซึ่งถูกยึดอายัดโดยเจ้าหนี้ ธนาคาร หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยมีการทำสัญญาหรือหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร ตลอดจนถึงที่ดินซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างพี่น้องที่ยังไม่ได้บทสรุป เป็นต้น

3. สืบประวัติบุคคลที่ทำการซื้อขายที่ดิน
นอกจากประวัติและความชัดเจนของที่ดินแล้ว ข้อมูลก่อนทำการซื้อขายที่ควรรู้คือประวัติของบุคคลที่จะทำการซื้อขายนั่นเอง ด้วยเหตุผลเพื่อป้องกันการแอบอ้างสวมสิทธิ์ที่อาจเป็นสาเหตุแห่งความวุ่นวายในภายหลัง เพราะหากมีการฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาลแล้ว ความประมาทที่เกิดจากการขาดความระมัดระวังในข้อนี้ อาจะเป็นเหตุให้ท่านเสียทรัพย์แบบฟรีๆก็เป็นได้

4. ตรวจสอบประวัติการรังวัดที่ดินว่ามีความสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในเอกสารสิทธิ์หรือไม่
บางครั้งสิ่งที่เห็นด้วยสายตา อาจไม่ใช่ความจริงเสมอไป ก่อนที่จะทำการซื้อขายที่ดินเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าที่ดินแปลงนั้นๆจะมีความถูกต้องตรงตามข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในเอกสารสิทธิ์ทุกประการ เนื่องจากในปัจจุบันมีที่ดินจำนวนมากที่มีคำขอยกเลิกการรังวัดเพราะเกรงว่าที่ดินจะน้อยกว่าที่ระบุไว้ในเอกาสารสิทธิ์นั่นเอง ดังนั้นก่อนทำการซื้อขายควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการขอยกเลิกหรือมีความพยายามในการปกปิดการรังวัดหรือไม่

5. ตรวจสอบข้อผูกพัน ในที่ดินเพื่อความสบายใจ ของตัวผู้ซื้อ
หลายท่าน อาจยังไม่ทราบว่า การซื้อขายที่ดิน เป็นเพียงการซื้อขายเอกสารสิทธิ์ ในการครอบครองเท่านั้น หากเอกสารสิทธิ์ใด ที่มีภาระผูกพัน อยู่กับตัวที่ดิน อาทิ ที่ดินมีการทำข้อตกลงผูกพัน กับผู้อื่นในเรื่องของ การอนุญาต ให้สร้างสิ่งปลูกสร้าง หรือทำการเกษตรแบบปลูกพืชเก็บกินหรือไม่ เพราะข้อผูกพันเหล่านี้อาจนำมาซึ่งปัญหา การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ในภายหลังก็เป็นได้ ถ้าหากพบว่า มีก็สามารถแก้ไขได้ทันท่วงทีก่อนที่จะซื้อขายเป็นต้น

เรื่องน่าสนใจที่คนทั่วไปนิยมใช้บริการนักสืบเอกชน

– ติดตามพฤติกรรม
การติดตามพฤติกรรม คือสายงานที่ได้รับความนิยมเป็นลำดับแรกของนักสืบเอกชน เนื่องจากการติดตามพฤติกรรมส่วนใหญ่จะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์และเรื่องส่วนตัวของผู้ว่าจ้างที่ไม่ต้องการเปิดเผยรายละเอียดให้กับคนทั่วไปได้รับทราบ อาทิ การติดตามพฤติกรรมชู้สาว การติดตามพฤติกรรมบุคคลใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวซึ่งมีท่าทีน่าสงสัยหรืออาจจะปกปิดความลับบางอย่างเอาไว้ ตลอดจนถึงการติดตามพฤติกรรมของหุ้นส่วนทางธุรกิจ ผู้ร่วมงาน หรือผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อเหตุผลในการเฝ้าระวังเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของเราได้ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่งนั่นเอง

– ตามหาทรัพย์สิน
การติดตามทรัพย์สิน เป็นเรื่องเร่งด่วนที่นักสืบเอกชนมักถูกใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากหากสืบทรัพย์ที่เกี่ยวข้องได้มากเท่าไร ก็มีโอกาสที่จะได้รับผลประโยชน์ได้มากเท่านั้น ดังนั้นจึงเทียบไม่ได้เลยกับเงินเพียงเล็กน้อยที่ถูกแบ่งให้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ตัวอย่างในการติดตามทรัพย์สินที่ได้รับความนิยม อาทิ อสังหาริมทรัพย์ ยานพาหนะ ที่พักอาศัย ที่ถูกนำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการดำเนินการทางธุรกรรมต่างๆ ตลอดจนถึง ทรัพย์สินที่ผู้กระทำความผิดซุกซ่อนหรือปกปิดไว้ เป็นต้น

– ตรวจสอบการทำธุรกรรม
ก่อนที่จะตัดสินใจทำการซื้อ-ขาย ทรัพย์สิน หรือทำธุรกรรมทางการเงินที่ต้องใช้ความระมัดระวัง เรามั่นใจได้อย่างไรว่ากำลังไม่นำตัวเองเข้าสู่ความเสี่ยงต่อการสูญเสียทรัพย์สิน ดังนั้นการตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานต่างๆจึงเป็นงานที่มีความสำคัญ และต้องอาศัยขั้นตอนการตรวจสอบที่ได้รับมาตรฐานหรือผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย อาทิ การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ที่จำเป็นต้องตรวจสอบเอกสารสิทธิ์การครอบครองอย่างถูกต้อง และการซื้อขายยานพาหนะ ที่จำเป็นต้องตรวจสอบประวัติความเป็นมา การจดทะเบียนถูกต้อง และหลักฐานการซื้อขายซึ่งต้องอาศัยความรู้ทางกฎหมาย เป็นต้น ดังนั้นการใช้บริการนักสืบเอกชนจึงมีความได้เปรียบในการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้อย่างถูกต้อง ว่องไว เพื่อสร้างความสบายใจในการซื้อขายของลูกค้านั่นเอง

– สืบหาข้อเท็จจริงทางคดีความ
หลักของการฟ้องร้องดำเนินคดี คือความแม่นยำ ฉับไว ไม่ยืดเยื้อ เนื่องจากทุกวินาทีที่ท่านต้องเสียไปอาจหมายถึงค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นไปตามลำดับ ดังนั้นการเร่งรัดเพื่อปิดข้อพิพาทต่างๆอาจไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานราชการเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หากเราสามารถอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ในเรื่อง พยาน หลักฐาน หรือคำให้การที่เป็นประโยชน์ ก็สามารถสร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ดังนั้นนักสืบเอกชนจึงมักได้รับความนิยมให้ทำงานคู่ขนานไปกับการสืบสวนของเจ้าพนักงานอีกด้วย

– ค้นหาข้อมูลของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์
ในปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมทางโลกออนไลน์เริ่มสร้างผลกระทบอย่างมากมายทางสังคม เพราะมิจฉาชีพมีพัฒนาการในการหลอกลวงผู้ตกเป็นเหยื่อด้วยวิธีการที่หลากหลายมากขึ้น อีกทั้งการสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดก็เป็นไปได้ยาก และต้องใช้ระยะเวลา ทำให้ผู้คนเริ่มหันมาใช้บริการนักสืบเอกชนที่มีความสามารถในการสืบค้นข้อมูลเฉพาะทางมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะมีความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงตัวผู้กระทำความผิดได้แล้ว ผู้ใช้บริการยังได้รับข้อมูลและหลักฐานเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีอีกด้วย ตัวอย่างของคดีความยอดฮิตบนโลกออนไลน์ประกอบด้วย การฉ้อโกงเงินในการซื้อ-ขายสินค้า การนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และ การหมิ่นประมาทโดยปราศจากความจริงเป็นต้น นักสืบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *